HowTo

คำเตือน : เอนทรี่นี้มีสาระ!
 
[How To] การเลือกซื้อ Copic & อุปกรณ์ต่างๆ [All about Copic] ฉบับเมาๆ
 
 
หมายเหตุ : ข้าน้อยไม่ใช่มืออาชีพ เพราะฉะนั้นโปรใช้วิจารณญาณในการอ่าน (ข้อมูลทั้งหมดเค้นออกมาเขียนเอง เพราะฉะนั้นผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)
 
มาทำความเข้าใจปากกาโคปิคกันเถอะ!
Copic หรือ โคปิค เป็นชื่อยี่ห้อปากกาชนิดหนึ่ง ซึ่งนักเขียนการ์ตูนในอดีตส่วนใหญ่ใช้ในการลงสีหน้าปกการ์ตูน และเป็นปากกาที่สถาปนิกนิยมใช้ในการลงสีเวลาออกแบบอีกด้วย
 
ปากกาชนิดนี้เป็นปากกาที่สี 'โปร่งแสง' คือเวลาที่ลงสีไปแล้ว แล้วลงซ้ำ สีของน้ำหมึกนั้นจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ
 
ปากกาโคปิคนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ คือ
-Copic Marker
-Copic Sketch
-Copic ciao
-Copic WIDE
และมีหมึกเติมโคปิคด้วย คือ Copic Various Ink
 
Copic Marker เป็นปากกาโคปิคแบบออริจินัล คือ ปากกาจะมีสองด้าน เป็นหัวแหลม(แข็ง) และ หัวตัด มีทั้งหมด 214 สี
Copic Sketch เป็นปากกาโคปิคที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ ปากกาจะมีสองด้าน เป็นหัวพู่กัน กับ หัวตัด ปากกาโคปิคชนิดนี้สามารถลงสีให้ดูนุ่มนวลมากกว่าแบบออริ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 334 สี (ครบทุกสี)
Copic ciao เป็นปากกาโคปิคที่ไม่ค่อยเห็นในประเทศไทย จะมีขายเป็นแบบเซ็ท ไม่มีแยกขาย และรุ่นนี้จะมีลักษณะคล้ายแบบ Sketch คือ ปากกาจะมีสองด้าน เป็นหัวพู่กัน และ หัวตัด แต่ขนาดของหัวและตัวปากกาจะเล็กกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียด มีด้วยกันทั้งหมด 144 สี
Copic WIDE เป็นปากกาโคปิคที่ข้าน้อยไม่เคยเห็นในประเทศไทย(ไม่เกี่ยว) ตัวปากกาจะมีแค่ด้านเดียว เป็นหัวตัดขนาดใหญ่ มีด้วยกันทั้งหมด 36 สี
Copic Various Ink เป็นหมึกเอาไว้สำหรับเติมโคปิค มีด้วยกันทั้งหมด 334 สี (ครบทุกสี)
 
ราคาของปากกาโคปิคนั้นจะแตกต่างไปตามราคารุ่นของปากกา และ สถานที่จำหน่าย แต่ราคาน่าจะประมาณ 100-150 บาทค่ะ
 
สถานที่ซื้อปากกาโคปิค
-ร้านสมใจ
-สยามมาเก็ตติ้ง
-เดอะมอลล์บางกะปิ และ เดอะมอลล์บางสาขา
(ข้าน้อยรู้จักแค่นี้ ;w;)
 
*Edit : สถานที่ขายโคปิค http://www.copicthailand.com/dealersT.htm ขอบคุณ คุณ cLose
 
ร้านสมใจ ร้านนี้มีหลากหลายสาขามากค่ะ ราคาโคปิคแบบ Marker และ Sketch นั้นราคาอยู่ที่ 120 บาท/แท่ง แต่ที่สาขาพาหุรัด (ตรงข้ามสวนกุหลาบ) ซื้อ 10 แท่ง ราคาจะลดเหลือ 115 บาท/แท่ง สาขาอื่นไม่มั่นใจ แต่ที่ตึกสยามกิตต์ไม่ลดค่ะ
ร้านสยามมาเก็ตติ้ง ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ CTW ชั้น3 ราคาโคปิคแบบ  Marker ราคา 110 บาท ส่วน Sketch ราคา 120 บาท
ในห้างเดอะมอลล์บางกะปิ และ บางสาขา ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 130-140 บาทค่ะ
 
ใน ส่วนของ ciao และ WIDE นั้น ไม่มั่นใจว่าราคาเท่าไหร่ค่ะ เพราะ ciao ขายเป็นเซ็ทไม่แบ่งขาย เห็นที่ สมใจ และ สยามมาเก็ตติ้ง ค่ะ ส่วน WIDE นี่ไม่เห็นเลยค่ะ
 
การเลือกซื้อโคปิค
เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันสักที
-เวลา เลือกซื้อโคปิคให้ถามตัวเองก่อนว่า 'อยากได้จริงๆมั้ย?' 'จำเป็นจริงๆมั้ย?' เพราะว่าปากกาโคปิคนั้น แท่งนึงไม่ใช่ถูกๆ และเมื่อซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็อาจจะเสียดายของได้
-เวลาก่อนซื้อ กรุณาศึกษาก่อนว่าสีที่ตัวเองตั้งการนั้นโค้ดสีอะไร เพราะสีจริงของโคปิคนั้นจะไม่เหมือนกับสีที่ฝาปากกา ฉะนั้นเวลาจะซื้อให้ขอ Color Chart จากร้านที่ตัวเองไปซื้อ (สมใจและสยามมาเก็ตติ้งมีค่ะ) เน้นว่าชาร์ตสีต้องเป็น 'สีที่ลงกระดาษจริง' นะคะ ไม่ใช่ชาร์ตสีที่ปริ้นท์ออกมาจากคอม หรือ ใบปลิว ถ้าซื้อสีผิดมาก็อาจจะสีเงินไปโดยสูญเปล่าได้
-การซื้อสีโคปิคให้ คำนึงถึงเงินในกระเป๋าของเราด้วย! ไม่ใช่ซื้อไปทีเดียวเยอะแยะแล้วแกลบไปอีกหลายเดือน ให้ค่อยๆซื้อค่อยๆหา ปากกามันไม่หายไปไหนหรอก แถมบางสีที่ตอนแรกอยากซื้อ แต่พอตอนหลังๆมากลับเห็นสีที่แทนกันได้ก็จะเสียดายเปล่าๆ
-ปากกาโค ปิคอย่างที่พูดไปตอนต้นว่าเป็นสีโปร่งแสง เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อทุกเบอร์ เราสามารถเอาสีมาแทนกันได้ เช่น C02 สามารถแทนด้วย C01 แค่ลงสีไปประมาณสิบครั้งซ้ำๆ ก็จะได้เบอร์ที่เข้มกว่าหนึ่งเบอร์ได้แล้วค่ะ พูดง่ายๆคือให้ซื้อเบอร์เว้นเบอร์ค่ะ
-ไม่เพียงแค่นั้น ปากกาโคปิคในโทนสีเทาก็ยังสามารถใช้เป็นเงาได้หลายเฉดอีกด้วย เพียงแค่ลงสีเทาลงไปเป็นเงา แล้วลงสีที่ต้องการตาม สีเทาที่เราลงไปก่อนหน้าก็จะกลายเป็นสีพื้น แต่จะเข้มกว่า ทดแทนการซื้อสีเบอร์เข้ม(เงาที่สีเดียวกับสีพื้น)กว่าสีพื้นได้
-สำคัญ ที่สุดอีกอย่าง คือ อย่าซื้อปากกาผิดเด็ดขาด! ให้ดูปากกาให้ดีก่อนซื้อด้วยว่าเราซื้อมาถูกแบบที่ต้องการ เช่น Marker ฝาจะเป็นสี่เหลี่ยม, Sketch ฝาจะเป็นวงรี, Ciao ฝาจะเป็นวงกลม
-สีโค ปิคนั้นเป็นเป็นโปร่งแสง จึงทำให้สามารถผสมสีได้ด้วย! แต่ว่าจะผสมเราต้องดูให้ดีๆ เช่น ต้องการเขียว แล้วนำสี เหลืองเบอร์ 01 มาผสมก็ สีน้ำเงินเบอร์ 04 แบบนี้มันจะไม่สมดุลและทำให้กลายเป็นสีน้ำเงินแทนที่จะเป็นสีเขียว ฉะนั้นเวลาจะผสมให้เลือกสีที่สมดุลกันด้วยนะคะ
-อ้ะๆ เวลาโคปิคหมดให้ซื้อหมึกมาเติมค่ะ ซึ่งหมึกเติมนั้นมีทุกสีอยู่แล้วไม่ต้องกังวลๆ การซื้อหมึดเติมนั้นประหยัดกว่าไปซื้อแท่งใหม่มากค่ะ เพราะเฉลี่ยแล้วการเติมหมึกครั้งนึงจะเป็น 18 บาทเท่านั้น (ขวดนึง/สี สามารถเติมได้ประมาณ 9-12 ครั้ง แล้วแต่รุ่น) ถ้าไปซื้อปากกาแท่งใหม่มันก็จะไม่คุ้มเอาซะเลย
 
เทคนิคการลงโคปิคเบื้องต้น
*อันนี้เป็นเทคนิคเฉพาะและคำแนะนำเฉยๆจ้า สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการลงได้เน้อ* 
-ควร ลงเงาก่อน เพราะว่าการลงเงาก่อนแล้วค่อยลงสีพื้นทีหลังจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ โดนการลงเงานั้น ให้ลงจากเข้มไปอ่อน ชั้นของเงาเพื่อให้ดูธรรมชาติยิ่งขึ้นควรมีสองชึ้นค่ะ คือ เงา1 เข้มที่สุด > เงา2  เข้มปานกลง > และจึงลงสีพื้น
-เบลนเดอร์ช่วยคุณได้! สำหรับคนที่ลงสีเข้มก่อนแล้วทีนี้สีเข้มนั้นเกิดแห้งก่อนที่จะลงสีพื้น ให้ใช้เบลนเดอร์เกลี่ย (เกลี่ยเงา1ก่อนลงเงา2 จะดีที่สุด) มันจะได้ดูเป็นธรรมชาติ
-โคปิคเป็นปากกาที่หมึกทำมาจากแอลกอฮอล์ ทำให้สีที่ลงไปนั้นคล้ายกับการลงสีน้ำแต่จะแห้งไวกว่ามาก เพราะฉะนั้นพอแห้งแล้ว และลงสีทับลงไปอีกชั้นมันจะทำให้สีเข้มขึ้น การลงสีของโคปิคจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก แนะนำว่าถ้าเป็นสีที่ค่อนข้างอ่อนควรจะปาดไปเลยทีเดียว อย่ามัวลังเล มิเช่นนั้นรูปของคุณอาจจะมีรอยด่างได้
 
โค้ดสีที่แนะนำ+ควรมี+จำเป็น
เบลนเดอร์ - 0
สีดำ - 100
สีเทา - เนื่องจากสีเทามีหลายเฉดให้เลือก จึงอยากให้ลองมองแนวสีที่ตัวเองลง แล้วค่อยเลือกสีมา เช่น แนวสดใสนิดนึงให้ใช้ C2 C4 C6 C8 เป็นต้น C คือ Cool Gray หรือสีเทาเย็นๆ, N คือ Nature Gray หรือสีเทาธรรมชาติ (แนะนำสีโทนนี้), T คือ Toner Gray หรือสีเทาหม่น, W คือ Warm Gray หรือสีเทาอุ่นๆ
สีผิว - E00, E01, R00, E30, E00, E50
สีเงาผิว2 (อ่อนกว่าเงา1 แต่เข้มกว่าผิว) - E11, E02, R02
สีเงาผิว1 - YR00, YR01, YR61, E93, R21, R11
สีเงา (สำหรับลงเป็นเบจสำหรับเงา) - N5, T5, W5, C5 (แนะนำโทนCมากกว่า), BV20, BV25, BV29 (สามโทนหลังจะออกม่วงนิดๆด้วยค่ะ แต่สวย แนะนำ) *ไม่แนะนำให้ลงเป็นเงาที่หน้า เพราะมันอาจจะเข้มเกินไป แต่ส่วนอื่นเช่นที่คอ ลงได้ไม่เป็นไร*
 
สีอื่นๆสอบถามเข้ามาก่อนได้ค่ะ แต่สีอื่นๆนั้นส่วนใหญ่ซื้อตามใจชอบจะดีกว่านะคะ
(ข้างล่างนี้คือสีที่สามารถเอาไปลงสีได้หลายรูป เป็นสีที่น่าจะมีเก็บไว้บ้าง)
สีเขียวมิ้นต์ (เขียวมิคุ) - BG23
สีฟ้าเย็นๆ (ลงสีน้ำแข็ง หรือน้ำ) - B01, B11
สีฟ้า (ลงสีน้ำ) - B02, BG01
สีน้ำเงิน (ลงเงาน้ำ) - B91, BV20, BG72
สีน้ำเงิน (เข้ม/ลงสีท้องฟ้าตอนกลางคืนได้) - B97, BV29
สีแดงเลือดหมู (เข้ม) - R39
สีเหลือง (ทองๆ) - Y17, Y15, Y21
สีน้ำตาล - E39
สีน้ำตาล (โทนเหลือบเทา) - E74
สีเขียวอ่อนๆ - G00, G02, G40
ชมพูบานเย็น (เข้มมาก) - RV09
ชมพูอ่อน - R23 (สวยมาก!), RV10, R81
แดง (ใช้ลงสีแก้ม) - R20, R32
 
*สีข้างต้นนี้ข้าน้อยมีหลายสีอยู่ อยากดูสีจริงสามารถบอกได้*
 
อุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆ เอาไว้ใช้คู่กับโคปิค
โปสเตอร์สีขาว, ปากกาสีขาว - สำหรับการเก็บรายละเอียด
ไส้ดินสอสีฟ้า หรือสีอื่นๆ - เอาไว้วาดร่างภาพ (ไม่จำเป็น)
ไส้ดินสอสีดำ+ดินสอกด - เอาไว้วาดภาพ (ไม่จำเป็นหากวาดในคอม)
ยางลบ - เอาไว้ลบ
ปากกาตัดเส้น - เอาไว้ตัดเส้น (ไม่จำเป็นหากวาดในคอม) จะเป็นปากกายี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ แต่ต้องเป็น 'แบบกันน้ำ' เท่านั้นนะคะ แนะนำเป็นปากกาตัดเส้นของโคปิคเลยก็ได้ค่ะ ปากกาตัดเส้น(หัวแหลม)ของโคปิคมี สีดำ, เทา และ น้ำตาล สีดำมี 1.0, 0.8, 0.5, 0.3, 0.1, 0.05, 0.03(ไม่มั่นใจ) สีอื่นไม่ค่อยมั่นใจ และ ปากกาตัดเส้นหัวพู่กันของโคปิค มีสองขนาด คือ BS กับ BM
เวลาเลือกปากกาตัดเส้น ให้ดูดีๆด้วยค่ะว่าปากกานั้นมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์รึเปล่า ถ้ามีก็อย่าซื้อนะคะ ไม่งั้นก็สนุกเลย Orzlll
กระดาษ - จริงๆเอากระดาษอะไรก็ได้ค่ะ แต่ว่าทางที่ดีใช้กระดาษหนานิดนึงจะดีมาก เช่น กระดาษ 120-150 แกรม เพราะว่าโคปิคเป็นอะไรที่โคตะระซึม ถ้าใช้เอสี่ธรรมดาเวลาลงเยอะๆอาจจะขาดได้เน้อ กระดาษที่ดีอีกอย่างคือกระดาษสำหรับการลงสีโคปิคโดยเฉพาะเลย มีสองแบบคือ Copic Marker Pad for Sketch และ Copic Manga Illustration Paper แต่ราคานี่ก็... อ่านะ
Copic Booster - หัวเข็มปลายแหลมเอาไว้เติมหมึกโคปิค
Air Brush - เอาไว้ลงสีในที่กว้าง เช่น พื้นหลัง (ไม่จำเป็น)
Acetate Film/Masking Sheet - เอาไว้กันสีเวลาใช้แอร์บรัช (ไม่จำเป็นหากไม่ได้ใช้แอร์บรัช)
Masking Tape - เอาไว้ติดฟิล์มกันสี (ไม่จำเป็นหากไม่ได้ใช้แอร์บรัช)
หัวเปลี่ยน - มีสองแบบคือ หัวตัด และ หัวพู่กัน แต่รู้สึกว่าจะไม่มีขายในไทย
แหนบ - เอาไว้คีบเปลี่ยนหัวปากาหรือเติมหมึก
สีไม้ - เอาไว้กำหนดสีก่อนลงโคปิคจริงได้
 
วิธีการเติมหมึก
-เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น ปากกา, หมึก, แหนบ, Booster และ ตัวทำละลายสำหรับการเติมเบลนเดอร์
-ดึงหัวปากกาฝั่ง 'หัวตัด' ออก โดนใช้แหนบ (ฮาร์ดคอร์หน่อยก็มือเลย)
-นำตัวBoosterติดเข้ากับตัวขวดหมึกเติม
-ลองสีก่อนว่าออกมั้ย โดยเอากระดาษที่ชู่มาลองไว้ แล้วบีบสีให้ออกมาเล็กน้อย
-สอดหัวเข็มเข้าไปในตัวปากกา (ด้านที่เอาหัวปากกาออกแล้ว) เติมหมึกจนเต็ม
-เสร็จแล้วให้เอาตัวBoosterมาทำความสะอาดด้วยตัวทำละลาย จนกว่าจะสะอาด มิเช่นนั้นการเติมครั้งต่อไปอาจจะทำให้สีที่จะเติมเพี้ยนได้
-สอดหัวปากกาเข้าที่เดิม ปิดฝาแล้วค่อยๆคว่ำขึ้น-ลง
-ใช้ได้ตามปกติแล้วจ้า!
 
วิธีการพ่นสีโดนแอร์บรัช
เนื่อง จากแอร์บรัชไม่ค่อยนิยมในไทยเท่าไหร่นัก อุปกรณ์จึงอาจจะหายากนิดนึง โดนแอร์บรัชนี้ส่วนใหญ่คนที่ใช้จะเป็นสถาปนิกหรือนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพ มากกว่า เรามาดูวิธีทำกันเถอะ!
-ใส่ปากกาลงไปที่ที่ช่องใส่ปากกาตรงคันบังคับ วิธีใส่ก็มีหลายแบบ คือ ใส่ด้านหัวตัด, หัวตัดคว่ำ และ หัวพู่กัน
ด้านหัวตัด - สีที่พ่นออกมาจะเป็นกลุ่มหนาแน่นมาก ไม่ฟุ้ง
ด้านหัวตัดกลับหัว - สีที่พ่นออกมาจะกระจายเป็นวงกว้าง แต่พื้นสีก็ยังคงแน่น
ด้านหัวพู่กัน - สีที่พ่นออกมาจะฟุ้งกระจายคล้ายๆเป็นละออง
-แปะฟิล์มกับติดเทปให้เรียบร้อย ไม่งั้นเลอะออกนอกกรอบอาจจะม่องเท่งได้! เพราะฉะนั้นต้องระวังและรอบคอบมากๆเลย
-เมื่อเช็คแล้วว่าคิดเทปเรียบร้อยก็พ่นได้เลย วิธีพ่นก็คือจับแอร์บรัชและกดสวิตซ์ไว้แล้วค่อยๆพ่น เวลาขยับมือต้องลื่นไหล ห้ามติดๆขัดๆไม่งั้นจะเป็นด่าง
-ถ้าสีเริ่มไม่ค่อยออก ให้หยุดพักสักครู่แล้วจึงพ่นต่อ เพราะสีโคปิคอาจจะซึมลงมาไม่ทัน ทำให้สีพ่นไม่ออก
*ควรใส่หน้ากากป้องกันไว้ตลอดขณะพ่นสี*
 
สามารถฝากคำถามเพิ่มเติมไว้ได้ค่ะ เดี๋ยวจะมาตอบให้
 
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ //โค้ง
 
------
 
เสร็จแล้ว... มันเสร็จแล้ว //นอนตาย
 
เอ็นทรี่นี้แลดูมีสาระเนอะ?
 
เกิดอะไรขึ้นกับข้า... ช่างเถอะ.... #เมา
 
Thanks!
- หนังสือ How To Draw Manga
- ใบปลิว Color Chart ของโคปิค (มีประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ)
 
ปล. พิมพ์อยู่สามชั่วโมง... ทำไปได้ไง!!
ปลล. วันนี้หนีไปงานแคปมาแหละ กร๊ากกกก
 
แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าเน้อ

majinee_magic View my profile