[KNBE] We are Twin: Because...

posted on 23 Jan 2014 17:51 by majinee-magic in Commu
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
------------------------------------
 
เอาฟิคสตอร์รี่แฝดมาส่ง
 
ตัวละคร : อิชิคาวะ ไดอิชิ / อิชิคาวะ ไดสุเกะ
 
 
 
Because...

เมื่อก่อน... ฉันก็เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวปกติทั่วไป แต่แล้ว... เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ทำให้ ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน (28/11/19xx)

“ไดสุเกะ~” เสียงเจื้อยแจ้วร้องเรียกน้องชายสุดที่รักเป็นรอบที่ร้อยของวัน

“มีอะไรอีกล่ะ?” เจ้าของชื่อไดสุเกะหันไปตามเสียงเรียกของอีกคน พวกเขามีใบหน้าที่เหมือนกันมากจนยากที่จะแยกออก ใช่แล้วล่ะ... เพราะพวกเขาคือฝาแฝดกัน

“พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเกิดพวกเราแล้วนะ นายอยากได้อะไรมั้ย”

“นายถามฉันมาเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะไดอิชิ แค่เป็นของที่นายให้ฉัน ไม่ว่าจะอะไรฉันก็ดีใจทั้งนั้นแหละ” ไดสุเกะตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งหากใครได้พบเห็นคงเป็นเรื่องประหลาด เพราะในยามปกติเขาแทบจะไม่ยิ้มเลยก็ว่าได้

“แต่ฉันไม่มั่นใจจริงๆนี่นาว่านายจะถูกใจ” ไดอิชิทำสีหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกตอบกลับแบบเดิมๆ

“งั้น... ขอแค่ให้พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดไปก็พอแล้วล่ะ” ไดสุเกะตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย  ไดอิชิมองน้องของเขาแล้วยิ้ม เขารู้อยู่แล้วล่ะ ก็ในเมื่อน้องของเขาติดเขาขนาดนี้

“นายพูดเหมือนฉันจะหายไปไหนงั้นแหละ พวกเราเป็นฝาแฝดกันนะ สายสัมพันธ์นี้น่ะ.... ไม่มีทางที่จะตัดขาดได้หรอก”  เขาเดินไปลูบหัวน้องของตัวเองเบาๆอย่างรักใคร่

“ก็มัน... “ ไดสุเกะแม้มปากเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง

“เจ้าบ้า” ไดอิชิเปลี่ยนตำแหน่งมือมาดีดหน้าผากคนคิดมากไปหนึ่งที “นี่นายจะแช่งให้ฉันตายเร็วรึไงกัน? บอกว่าไม่หายไปไหนก็ไม่หายไปไหนสิ”

“มันเจ็บนะ... “ ไดสุเกะมุ่ยหน้าเพราะโดนดุ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไปเล่นบาสกันไหม? เผื่อจะทำให้หัวโล่งขึ้น” คนเป็นพี่เดินไปหยิบลูกบาสมาถือไว้แล้วโยนสลับไปสลับมา

“เอาสิ!” ไดสุเกะรีบตอบในทันที ก่อนจะเดินนำไปรอที่ประตูหน้าบ้าน


วันถัดมา

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังกึกก้องไปทั่ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เสียงที่ไดสุเกะได้ยินสักนิด ตอนนี้สิ่งที่เขาได้ยินมีแต่ความเงียบและเสียงหายใจอันรัวรินของอีกคน เขานั่งกุมมือพี่ชายของตนอยู่บนรถพยาบาล ทั้งๆที่เขาก็ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาข้างขวาแต่เขากลับไม่สนใจมันเลยสักนิด

“ไดอิชิ... ไดอิชิ...” ปากน้อยสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เขากลัว... กลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญไป

“.....” ไร้เสียงตอบรับจากร่างที่ไร้สติ ไดอิชิมีบาดแผลทิ่มทะลุผ่านดวงตาข้างซ้ายไปจบถึงอีกฝั่งของศรีษะ โอกาสที่เขาจะ รอดนั้นมีน้อยนัก

“นายจะต้องไม่เป็นไร.... เมื่อนายหายเราจะต้องได้เล่นบาสด้วยกันอีกครั้ง เพราะฉะนั้น.... นายจะต้องหายแน่นอน” เด็กน้อยได้แต่พร่ำเพ้อสิ่งต่างๆออกมาอย่างไร้สติ

“อือ...” เสียงอันแผ่วเบานั้นทำให้ไดสุเกะสะดุ้งเล็กน้อย

“ไดอิชิ...” เสียงแหบแห้งพูดออกมาด้วยความโล่งอกอย่างสุดหัวใจ

“ไดสุเกะ... ฉัน...” ไดสุเกะกุมมือพี่ชายของเขาไว้แน่น พร้อมพร่ำบอกให้ไดอิชิหยุดพูด เพราะน้ำเสียงของพี่ชายนั้นเหมือนคนที่กำลังจะสิ้นใจ

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว... นายต้องไม่เป็นไร ฉันขอโทษนะ... ฉันขอโทษ” น้ำตาที่กลั้นมาตลอด ไหลออกมาราวกับกักเก็บความ รู้สึกไม่ไหวอีกต่อไป

“นายอย่าคิดมาก... มัน... ไม่ใช่ความผิดของนาย.....” ไดอิชิเอื้อมมือมาลูบหัวน้องชายอย่างเบามือ

“ฉันขอโทษจริงๆ....” ไดสุเกะซุกหน้าลงกับเตียงที่อีกคนนอนอยู่

“เจ้าบ้า.... นายห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด.... สัญญากับฉันได้มั้ย....” ไดอิชิฝืนยิ้ม เขารู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มที่แย่ที่สุดที่เขาเคยยิ้ม แต่เขาก็อยากจะยิ้ม... ยิ้มให้กับคนสำคัญก่อนที่เขาจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

“ได้สิ ไม่ว่าอะไรฉันก็จะรับปากนาย” ไดสุเกะพยักหน้าสุดแรง

“งั้นนาย... ต้องเล่นบาสต่อไป... เพื่อฉัน... แทนฉันด้วยนะ... ” ไดอิชิพึมพำออกมาอีกสองสามประโยคก่อนจะเงียบไป มือที่กำลังลูบหัวน้องชายค่อยๆหล่นลงไปอยู่ข้างลำตัว พร้อมกับเสียงของเครื่องวัดชีพจรที่ดังขึ้น

“ไดอิชิ... ไดอิชิ!” ไดสุเกะกรีดร้องออกมาสุดเสียงราวกับคนเสียสติ

ประโยคที่พี่ชายพูดเป็นประโยคสุดท้าย ถึงแม้เขาจะได้ยินไม่ถนัด แต่เขาก็มั่นใจว่าพี่ชายได้พูดอะไรทิ้งท้ายไว้ ฉันรักนายนะ... ขอฝาก... ดวงวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งไว้กับนายด้วยนะ


ณ โรงพยาบาล

“ผมเสียใจกับการจากไปของลูกชายคุณอย่างสุดซึ้ง พวกเราพยายามยื้อชีวิตเขาไว้แล้ว แต่เพราะสมองได้รับความกระทบ กระเทือนอย่างหนัก เราเสียใจจริงๆครับ” คุณหมอหนุ่มกล่าวกับผู้เป็นแม่ของเด็กแฝดด้วยสีหน้าจริงใจ

“ดิฉันเข้าใจค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากจริงๆนะคะ แล้ว... ลูกชายอีกคนของฉัน ตาของเขาจะหายไหมคะ?” หญิงสาวผู้เป็นแม่ ของฝาแฝดเอ่ยถามคุณหมอด้วยเสียงสะอื้น

“ผมไม่รับประกันว่าตาของเขาจะสามารถมองเห็นได้อย่างคนปกติ แต่ผมยืนยันได้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียงต่อระบบประสาท อื่นๆอย่างแน่นอนครับ” คุณหมอตอบกลับอย่างใจเย็น

“ค่ะ.....” คุณแม่ลังเลเหมือนจะถามอะไรบางอย่าง จนสุดท้ายคุณหมอก็พูดขึ้นมาเหมือนรู้คำถามอยู่แล้ว

“ส่วนเรื่องอาการทางจิต ผมว่าเราควรจะดูกันไปสักพัก เพราะตอนนี้เขายังมีอาการช็อคอยู่ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นภายในเจ็ดวัน ผมแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด”

“ขอบคุณคุณหมอมากๆเลยนะคะ” หญิงสาวลุกขึ้นโค้งให้คุณหมอ เธอรู้สึกขอบคุณคุณหมออย่างสุดซึ้ง


ผ่านไปหลายวัน

ไดสุเกะได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เขาถามคำถามเดินซ้ำไปซ้ำมา เขารู้สึกผิดที่วันนั้นเขาได้ทำสิ่งนั้นลงไป.... เขาชู้ตลูกบาส ลงห่วงอย่างแรงเพียงเพราะไม่พอใจที่ตัวเองไม่สามารถชนะพี่ชายได้สักที และนั่นเอง... ลูกบาสกระเด้งไปโดนห่วงบาสสนิมเขรอะที่ จะพังมิพังแหล่ ห่วงพังเป็นสองชิ้นและได้หล่นลงมาที่ไดสุเกะ ตอนนั้นเขาได้แต่ยืนนิ่งไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ

จังหวะนั้นเอง ไดอิชิเอาตัวเองเข้าบังห่วงที่เศษห่วงที่หล่นลงมา และโชคไม่ดีที่เศษห่วงนั้นทิ่มผ่านศรีษะทะลุไปถึงดวงตาข้างซ้าย นั่นทำให้ไดสุเกะโดนห่วงแทงเหนือตาขวาแต่ไม่ลึกมาก

งั้นนาย... ต้องเล่นบาสต่อไป... เพื่อฉัน... แทนฉันด้วยนะ...ประโยคนี้ยังคงวันเวียนอยู่ในหัวเขาเสมอ

“ฉันรักบาส... แต่ฉันก็รักนายเหมือนกัน ฉันไม่สมควรที่จะเล่นบาสอีกแล้ว... ไม่ใช่เหรอ.... ไดอิชิ” เด็กน้อยได้แต่นั่งกอดเข่า แล้วเอาหน้าซุกลงกับเข่าตัวเองเพื่อร้องไห้เบาๆอยู่คนเดียว


- END (?) -

 
-----------------------------------------
 
//หลบหม้อ ไห กะลามัง #ไม่ใช่
 
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ตาข้างซ้ายของไดสุเกะมองไม่ชัดค่ะ ฮาาาา
 
จริงๆแฝดสองคนนี้ คนที่เกิดก่อนคือไดสุเกะ (เกิดวันที่ 28/11 เวลา 23.59) และไดอิชิ (เกิดวันที่ 29/11 เวลา 00.01) ซึ่งที่ให้ไดอิชิเป็นพี่เพราะถือว่าถีบส่งน้องออกมาก่อนค่ะ ฮาาาา
 
แต่ส่วนใหญ่ก็จะนับวันเกิดเป็น 29 มากกว่าค่ะ เพราะสะดวกกว่า
 
เอา